6 กิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เหมาะสำหรับเด็กปฐมวัย

6 กิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เหมาะสำหรับเด็กปฐมวัย-1

“กิจกรรมเสริมประสบการณ์” เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นเพื่อให้เด็กได้เกิดการพัฒนาการทางด้านทักษะต่าง ๆ 

ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านการเรียนรู้ การคิดค้นหาคำตอบ การอ่าน การสังเกต การหาวิธีการแก้ปัญหา หรือจะเป็น ทักษะการอยู่ร่วมกันกับสังคม ผ่านการร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ซึ่งจะทำให้ตัวเด็กนั้น ได้รู้จักการเริ่มมีการรู้จักสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมห้อง ทำให้ตัวเด็กมีสังคม มีเพื่อน และรู้ว่าตัวเองควรจะต้องวางตัวอย่างไร เมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนและคนหมู่มาก 

โดยการเน้นกิจกรรมเสริมประสบการณ์นั้นเป็นเพราะการได้ลงมือทำกิจกรรมจริงนั้น จะทำให้เด็กได้มีการเรียนรู้ที่เร็วขึ้น และนี่จึงเป็นเหตุผลที่หลักสูตรปฐมวัย ฉบับปี 2560 เน้นส่งเสริมให้ตัวเด็กได้เรียนรู้ผ่าน ‘กิจกรรมเสริมประสบการณ์’ นั่นเอง

และสำหรับวันนี้ “รัฐกุล” ขอมาแนะนำ 6 กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ที่เหมาะสำหรับเด็กปฐมวัย และถูกจัดอยู่ในหลักสูตรปฐมวัย ฉบับปี 2560 จะมีกิจกรรมไหนที่น่าสนใจนำไปใช้กับเด็ก ๆ บ้าง อ่านที่บทความนี้ได้เลยค่ะ 

จัดกลุ่มสนทนา สร้างโอกาสให้ครูเรียนรู้เด็ก เด็กเรียนรู้เด็ก

การตั้งกลุ่มสนทนาก็ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเอื้อประโยชน์ให้ทั้งตัวคุณครู และตัวเด็ก โดยในห้องเรียนหรือผ่านการสอนทางออนไลน์คุณครูอาจจะชวนเด็กพูดคุยเรื่องที่พบเจอมาในเร็ว ๆ นี้ หรือสร้างโจทย์มาให้เด็กได้คิดและหาทางแก้ปัญหาโดยให้จับรวมกลุ่มช่วยกันคิดกับเพื่อน ซึ่งตรงจุดนี้เราอาจจะช่วยเขาในการแนะนำให้แก่ตัวเด็ก เพื่อให้เด็กไปสานต่อผ่านการคิดค้นหาคำตอบ โดยการทำแบบนี้จะทำให้เด็กได้พัฒนาการคิด การเรียนรู้ และได้รู้จักการเข้าสังคมผ่านการจับกลุ่มกับเพื่อน

การเล่านิทาน / การอ่านนิทาน สร้างความสนุกสนาน

เป็นกิจกรรมที่ใช้เรื่องราวมาเล่าผ่านการประกอบน้ำเสียงและท่าทาง โดยนิทานที่คุณครูจะนำมาเล่านั้นอาจจะใช้นิทานที่มีข้อคิดสอนใจ เพื่อที่จะได้เป็นการให้การสอนในสิ่งที่ดีและควรทำไปในตัว นอกจากนี้คุณครูผู้สอนอาจจะหากิจกรรมเด็กได้มีส่วนร่วม อย่างเช่นการชวนกันลงมือทำตุ๊กตาถุงกระดาษเป็นตัวละครเพื่อให้เด็กมาใช้ระหว่างการเล่านิทาน หรือให้เด็กมีส่วนร่วมในการประกอบท่าทางเอง ก็จะทำให้เด็กได้เพลิดเพลินและได้พัฒนาทักษะที่ควรได้รับ 

ให้เด็กได้รู้จักธรรมชาติ ผ่านการ ‘เพาะปลูก’ 

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ทำให้เด็กได้ลงมือทำ และรู้จักสิ่งรอบตัวมากขึ้นก็คือกิจกรรมปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดอยู่ในหมวดหมู่การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยการเสริมสร้างกิจกรรมนี้ จะทำให้เด็กได้รู้จักถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เพิ่มยิ่งขึ้น ให้เขาได้เข้าใจถึงความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อโลก และให้เขาได้ฝึกการสังเกต การเปรียบเทียบ ผ่านการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่เขาทำการปลูกนั่นเอง

การศึกษานอกสถานที่ เปิดประสบการณ์เด็ก ๆ 

บางทีการเรียนรู้อยู่ภายใต้ห้องสี่เหลี่ยมเดิม ๆ อาจจะทำให้ตัวเด็กรู้สึกเบื่อได้ ดังนั้นการจัดการศึกษานอกสถานที่จึงเป็นการทำให้เด็กได้เรียนรู้สภาพความเป็นจริง และสถานที่ใหม่ 

โดยสถานที่ที่ใช้สำหรับการศึกษาอาจจะเป็นละแวกชุมชน สถานที่ธรรมชาติ และสถานที่ที่ถูกสร้างมาเพื่อการศึกษานอกห้องเรียนโดยเฉพาะ โดยการศึกษานอกสถานที่นั้นจะทำให้เด็กได้มีประสบการณ์จริง ทำให้ได้เพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์สำหรับเด็ก โดยก่อนจะออกเดินทางไปยังนอกสถานที่คุณครูต้องวางแผนและบอกเด็กสำหรับสิ่งที่ต้องเตรียม สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ เพื่อให้การออกนอกสถานที่เป็นไปตามแผนและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ร้องเพลง ประกอบท่าทาง เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงและสนุกไปพร้อมกัน

ขาดไม่ได้เลยกับกิจกรรมประกอบท่าทางพร้อมเสียงเพลง โดยเพลงที่นำมาใช้กับเด็ก ๆ จะเป็นเพลงเปิดทั่วไป หรือเป็นเพลงที่มีความรู้เบื้องต้นอย่างตัวอักษร สัตว์ หรือ สีต่าง ๆ เพื่อให้เขาได้เสริมสร้างความรู้ เสริมสร้างจินตนาการ นอกจากนี้การได้ออกท่าเต้นประกอบ ยังทำให้ได้มีการพัฒนาทางด้านร่างกายอีกด้วย 

เล่นเกมการศึกษา เสริมสร้างความรู้และกระตือรือร้นในการเรียน 

เกมที่นำมาเล่นนอกจากเกมที่สร้างความสนุกทั่วไปแล้ว ยังสามารถใช้เกมการศึกษา เข้ามาสร้างกิจกรรมกับเด็กได้ โดยเกมการศึกษาจะทำให้เด็กสนุกสนานกับการเรียนรู้ และมีการกระตือรือร้นที่จะเล่นและเรียนรู้ โดยทั้งนี้หากเกมเป็นการแข่งขันกัน คุณครูผู้สอนต้องสอนให้เด็กรู้จักการแพ้-ชนะ ยอมรับในผลที่ได้หลังจากการแข่งขัน และสนับสนุนให้พวกเขามีความสุขในการเรียนต่อไป 

เพราะเด็กทุกคนจะมีพัฒนาการได้ ต้องมีการลงมือทำกิจกรรมเพื่อให้สมองและร่างกายจดจำในการเรียนรู้

ฉะนั้น ‘กิจกรรมเสริมประสบการณ์’ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่มีส่วนในการพัฒนานี้ เพราะทุกการลงมือทำ ทุกครั้งที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม ทำให้สมองได้มีการจดจำถึงกิจกรรมเหล่านั้น ทำให้ได้รับรู้ว่าควรต้องทำตัวอย่างไรในครั้งหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พัฒนาการที่ดี’ ของเด็กในอนาคต  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *